เพื่อปากเนียนนุ่มอมชมพูดูน่าจุ๊บ

1. สครับริมฝีปาก ด้วยลิปสครับ (Lip Scrub) ขั้นตอนแรกในการบำรุงริมฝีปากให้มีสุขภาพดี ดูขาวอมชมพู และเนียนนุ่มน่าสัมผัสนั้น ก็คือการสครับริมฝีปาก เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้ออกไป เผยผิวเรียบเนียนของริมฝีปาก เพื่อให้พร้อมต่อการบำรุงในขั้นตอนต่อไป ซึ่งสูตรทำลิปสครับนั้นก็มีวิธีทำที่ง่ายมาก ๆ เลยค่ะ เพียงแค่ใช้ส่วนผสมดังนี้ – น้ำตาล 4 ช้อนชา – เกลือ 4 ช้อนชา – น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ – น้ำผึ้ง ¼ ช้อนชา – น้ำมะนาวเล็กน้อย ผสมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว แล้วเก็บไว้ในตลับที่สะอาด ซึ่งลิปสครับนี้สามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิปกติ และยังเก็บไว้ได้นานเป็นเดือนอีกด้วย วิธีใช้ก็แค่เพียงใช้นิ้วแต้มลิปสครับให้ได้ขนาดประมาณเมล็ดถั่วเขียว แล้วนำมาขัดถูริมฝีปากเบา ๆ ประมาณ 2-3 นาที หากลิปสครับเข้าปากสาว ๆ ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะสามารถทานได้ ปลอดภัย 100% ค่ะ โดยลิปสครับจะช่วยขัดคราบต่าง ๆ และช่วยขจัดเซลล์ผิวริมฝีปากที่แห้งออก จากนั้นล้างด้วยน้ำเปล่าแล้วเช็ดให้แห้ง

สูตรสครับผิวด้วยแตงโม

1. แตงโม+น้ำตาล สูตรนี้เป็นสูตรที่ทำได้ง่ายมาก ๆ เพียงแค่นำแตงโมมาบดให้ละเอียดให้ได้ปริมาณ 1 ถ้วย นำมาผสมกับน้ำตาลทราย 1 ถ้วย และน้ำมะนาวอีก 2 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาขัดผิวเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก จะช่วยคืนความกระจ่างใส เพิ่มความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิว แถมยังรู้สึกเย็นสดชื่นจากแตงโมอีกด้วยค่ะ   2. แตงโม+น้ำมันมะพร้าว หั่นแตงโมเป็นชิ้นเล็ก ๆ (รวมเนื้อสีขาวที่ติดเปลือก) บดให้เป็นเนื้อละเอียด โดยใช้ช้อนบดให้พอได้กากแตงโมไว้ใช้ขัดผิว จากนั้นหยดน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน แล้วใส่น้ำตาลทรายจำนวน 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน ก็จะได้ส่วนผสมที่พร้อมสครับผิว เก็บไว้ในขวดโหล นำไปแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ และนำออกมาขัดเบา ๆ ให้ทั่วผิวขณะอาบน้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด น้ำมันมะพร้าวช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น เกล็ดน้ำตาลช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมของแตงโมให้รู้สึกสดชื่น แถมผิวยังนุ่มเด้ง น่าสัมผัสอีกด้วย

วิธีทำให้หน้าขาวกระจ่างใส

1. ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด ขั้นตอนทำความสะอาดผิวหน้าถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากผิวหน้าได้อย่างหมดจด โดยสาว ๆ ควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวหน้า โดยควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน เมื่อล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยให้ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นอีกครั้งเป็นการปิดรูขุมขน วิธีนี้จะช่วยให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่งสดใส และยังช่วยลดสิวได้อีกด้วยค่ะ 2. ล้างหน้าด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ ลองเปลี่ยนจากการใช้โฟมล้างหน้าแบบทั่วไป มาใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติล้างหน้าดูบ้าง ก็ช่วยให้ผิวหน้าของสาว ๆ ดูขาวใสได้เช่นกันนะคะ สาว ๆ อาจลองใช้น้ำมันมะพร้าว ที่มีความอ่อนโยนต่อผิวหน้าเป็นอย่างดี นำมานวดผิวหน้าเบา ๆ ให้พอซึมซาบลงสู่ผิว นวดวนประมาณ 30 วินาที แล้วนำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นหมาด ๆ มาประคบหน้าเพื่อเปิดรูขุมขน ทิ้งไว้ 15-30 วินาที แล้วเช็ดออกให้สะอาด ช่วยให้หน้าสะอาด และเนียนนุ่มขึ้นค่ะ 3. เช็ดหน้าด้วยแอปเปิลไซเดอร์ สูตรนี้สามารถใช้แทนโทนเนอร์ได้เลยค่ะ เพราะแอปเปิลไซเดอร์จะช่วยปรับสภาพผิวให้เป็นกลาง ไม่ให้หน้ามันและแห้งจนเกินไป เพียงนำแอปเปิลไซเดอร์ 1 ส่วนผสมกับน้ำ 2 ส่วน แล้วชุบด้วยสำลีเช็ดให้ทั่วใบหน้าหลังล้างหน้า สูตรนี้จะช่วยปรับสภาพความเป็นกรดด่างในผิวให้เป็นกลาง ให้พร้อมสำหรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป แถมยังช่วยให้ผิวเนียนนุ่มกระจ่างใสได้มากขึ้นอีกด้วยค่ะ 4. พอกหน้าด้วยมะเขือเทศ

หยุดปัญหาผิวหลังโกนขนได้อยู่หมัด

วิธีกำจัดขนคุด ที่ช่วยให้สาว ๆ บอกลาปัญหาผิวหลังการโกนขนไปได้เลย 1. ใช้น้ำเย็นปรับสภาพผิว ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สาว ๆ ควรทำหลังจากโกนขนเสร็จค่ะ เพียงใช้ผ้าเช็ดตัวชุบน้ำเย็นคลุมให้ทั่วผิวบริเวณที่เพิ่งโกน ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที ความเย็นจะช่วยรักษาบาดแผลจากการโกน บรรเทาอาการแสบและช่วยลดอาการผิวหนังอักเสบได้เป็นอย่างดี 2. ใช้น้ำอุ่นประคบ แม้ว่าวิธีนี้จะเป็นวิธีที่ดูตรงข้ามกับข้อแรก แต่ก็ช่วยรักษาและช่วยกำจัดขนคุดออกไปได้เช่นกันค่ะ เพียงนำผ้าชุบน้ำอุ่นมาวางประคบผิวบริเวณที่โกนขนไว้ประมาณ 5 นาที ความอุ่นจะช่วยคลายความระบม และยังเป็นการขยายรูขุมขนอีกด้วย 3. ทาครีมมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว หลังจากโกนขนทุกครั้ง สาว ๆ อย่าลืมทาครีมมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเป็นการบำรุงผิว เพิ่มความเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และยังช่วยปกป้องผิวจากอาการผื่นคัน หรืออาการอักเสบที่อาจตามมา โดยควรเลือกใช้ครีมมอยส์เจอไรเซอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ อันเป็นสาเหตุให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ แต่ควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ หรือเชียบัตเตอร์ ที่มีวิตามินช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้เป็นอย่างดีค่ะ 4. ใช้วิธีทางธรรมชาติ หากสาว ๆ อยากใช้วิธีกำจัดขนคุดที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาตินั้น มีด้วยกันหลายสูตรเลยค่ะ โดยสาว ๆ สามารถเลือกน้ำมันมะพร้าว ว่านหางจระเข้ หรือทีทรีออยล์ นำมาทาบาง ๆ บริเวณขนคุด ทิ้งไว้ประมาณ 15-20

วิธีลบรอยแผลเป็นนูน

แผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar) คือ แผลเป็นที่นูนขึ้นหลังเกิดแผลใหม่ ๆ มีลักษณะนูน แดง และคันเล็กน้อย แต่จะไม่ขยายขอบออกจากแผลเก่า ซึ่งแผลเป็นสามารถมีขนาดเล็กลงได้เองโดยธรรมชาติ หรืออาจใช้การนวดเบา ๆ เป็นประจำ จะช่วยให้แผลเป็นยุบเร็วขึ้น วิธีลบรอยแผลเป็นนูน แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) คือ แผลเป็นที่มีลักษณะนูนเห็นได้ชัดเจนจากผิวหนังปกติ และขยายพื้นที่ออกจากรอยแผลเป็นเดิมจนมีขนาดใหญ่ เกิดจากความผิดปกติของการแบ่งคอลลาเจนในชั้นผิวที่มีมากเกินไป ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตามกรรมพันธุ์ มักพบจากบาดแผลบริเวณหัวไหล่ ต้นแขน กลางหน้าอก บริเวณหู และบริเวณตอนบนของส่วนหลัง เป็นต้น วิธีรักษาแผลเป็นนูนมีหลายวิธี แต่บางวิธีก็อาจเหมาะหรือไม่เหมาะกับบางคนได้ ต้องดูตามลักษณะและขนาดของแผลเป็น โดยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพิ่มเติม ซึ่งอาจเริ่มจากการทาครีม ทายาแก้แผลเป็น เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาที่มีส่วนประกอบของวิตามินอี หรือวิตามินเอ การใช้แผ่นเจลซิลิโคนปิดลงบนแผลเป็น การฉีดยาด้วยยาสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบและลดคอลลาเจนในชั้นผิวเพื่อให้แผลเป็นยุบตัวลง การฉายรังสีรักษา รวมไปถึงการทำเลเซอร์ และการผ่าตัดแผลเป็นที่นูนใหญ่เพื่อลดขนาดบางส่วนหรือตัดออกไป การรักษาแผลเป็นนูนบางวิธีอาจมีราคาสูงมาก แต่ถ้าแผลเป็นนูนมีขนาดไม่ใหญ่มาก อาจปล่อยให้แผลเป็นค่อย ๆ จางลงเองตามธรรมชาติ โดยแผลเป็นอาจหดและจางลงได้เองในระดับหนึ่งเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี หรืออาจรักษาโดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ

วิธีแก้รักแร้ดำ

1. มะเขือเทศผสมกับน้ำตาล มะเขือเทศมีคุณสมบัติในการทำให้ผิวขาวกระจ่างใส ช่วยดีท็อกซ์ผิว และช่วยลดการอักเสบของรูขุมขนจากการถอนขนรักแร้ เพียงนำมะเขือเทศมาหั่นเป็นซีก คลุกกับน้ำตาล แล้วนำมาถูเบา ๆ ที่รักแร้ จนน้ำตาลละลายและมะเขือเทศอ่อนตัวลง จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวัน เมื่อทำไปสักพักจะเห็นว่าผิวใต้วงแขนจะค่อย ๆ ขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ   2. นมผสมกับขมิ้น นมที่อุดมไปด้วยกรดแลคติกที่ช่วยทำให้ผิวใต้วงแขนขาวใสและเรียบเนียน สูตรนี้ง่ายมากค่ะ เพียงแค่ผสมนม 5 ช้อนโต๊ะ เข้ากับขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันแล้วนำสำลีมาชุบทาที่รักแร้ทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วล้างออกในตอนเช้า เมื่อทำเป็นประจำรักแร้ที่ดำคล้ำของสาว ๆ ก็จะกลับมามีผิวที่ขาวกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้น แผลอักเสบที่เกิดจากการโกนหรือถอนขนรักแร้ก็จะค่อย ๆ บรรเทาลงด้วยค่ะ   3. มะนาวผสมกับเบกกิ้ง โซดา มะนาวมีกรดผลไม้ AHA ที่ช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไป ส่วนเบกกิ้ง โซดาช่วยทำความสะอาดรูขุมขนทำให้รักแร้ขาวใสและเนียนเรียบขึ้น เพียงสาว ๆ นำน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะมาผสมกับเบกกิ้ง โซดา 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันแล้ว นำมาถูเบา ๆ ที่รักแร้เป็นเวลา

มาสก์หน้าขาวใส

1. น้ำส้มแอปเปิลไซเดอร์ + ชาเขียว + น้ำตาล + น้ำผึ้ง ช่วยสครับผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส สูตรนี้เหมาะสำหรับสำหรับสาว ๆ ที่มีใบหน้าหมองคล้ำค่ะ เพียงผสมน้ำแอปเปิลไซเดอร์ 1 ช้อนโต๊ะกับชาเขียว 2 ช้อนชา น้ำตาล 5 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาเข้าด้วยกัน มาสก์หน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง กรด AHA ที่มีอยู่ในน้ำแอปเปิลไซเดอร์และน้ำตาลจะช่วยสครับเซลล์ผิวเก่าที่สะสมอยู่บนผิวหน้าให้หลุดออก ส่วนน้ำผึ้งและชาเขียวจะช่วยฟื้นบำรุงให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื่นขึ้นและขาวกระจ่างใสขึ้นค่ะ   2. น้ำมะนาว + ขมิ้น ช่วยปรับผิวหน้าให้ขาวใสไร้ริ้วรอย สูตรนี้เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่อยากมีผิวหน้าขาวใสไร้ริ้วรอยค่ะ เพียงนำมะนาว 3 ช้อนชามาผสมกับผงขมิ้น 1 ช้อนชาคนให้เข้ากัน มาสก์หน้าทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก เมื่อทำเป็นประจำจะเห็นได้ว่าริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าค่อย ๆ

เพื่อหน้าเนียนใสไร้สิวกวนใจ

1. ห้ามแกะสิวเด็ดขาด สิวขึ้นหน้าทีไรก็อดใจไม่ให้แกะไม่ได้ทุกทีใช่ไหมล่ะคะ แต่สาว ๆ รู้ไหมว่ายิ่งแกะสิวมากเท่าไร นอกจากสิวจะหายช้าแล้ว ยังทำให้เกิดแผลเป็นตามมาอีกต่างหาก ถ้าอยากรักษาสิวให้หายไวละก็ ห้ามแกะสิวเด็ดขาด แต่ควรเปลี่ยนมาเป็นการทายาสิว หรือใช้ครีมแต้มสิว เพื่อให้สิวค่อย ๆ ยุบเองจะดีกว่า เพราะการแกะสิวนั้นเสี่ยงต่อความสกปรก และอาจเกิดการติดเชื้อจนทำให้สิวลามทั่วหน้าได้ค่ะ 2. ล้างหน้าให้สะอาด ขั้นตอนนี้สาว ๆ ห้ามละเลยเด็ดขาด ที่สำคัญห้ามล้างหน้าแบบผ่าน ๆ เพราะวันทั้งวันผิวหน้าเราสัมผัสกับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกมากมาย จึงจำเป็นต้องทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด ไม่อย่างงั้นแล้วอาจเกิดสิ่งสกปรกตกค้างในรูขุมขนทำให้เกิดสิวอุดตัน และสิวอักเสบได้ค่ะ นอกจากนี้สาว ๆ อาจใช้โทนเนอร์ทำความสะอาดผิวหน้าร่วมด้วยก็ได้ เพราะนอกจากจะทำให้ผิวหน้าสะอาดแล้ว ยังเป็นการปรับสภาพผิวให้มีความสมดุลมากขึ้นอีกด้วย   3. ใช้โฟมล้างหน้าลดสิว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้านั้นจะช่วยให้ผิวปรับสภาพได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะสาวที่เป็นสิว ควรต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะหากเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวหน้าที่มีปัญหาสิวแล้วละก็ อาจทำให้เกิดปัญหาสิวเรื้อรังได้ ดังนั้นจึงควรเลือกใช้โฟมล้างหน้าลดสิว ที่มีความอ่อนโยนและไม่มีสารก่อให้เกิดสิว ช่วยลดการเกิดสิวใหม่และควบคุมความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี 4. ใช้ครีมแต้มสิว หลังจากล้างหน้าอย่างสะอาดหมดจดแล้ว เพื่อรักษาสิวให้หายดียิ่งขึ้น ควรใช้ครีมแต้มสิวที่ช่วยให้สิวยุบหายไปได้อย่างทันใจ โดยเฉพาะครีมแต้มสิวที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide และ Salicylic ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสิวและช่วยลดความมันส่วนเกิน

ผิวแห้งหน้าหนาว ผิวแตกหน้าหนาว

1. ดื่มน้ำเติมความชุ่มชื่นให้ผิว เมื่อสาว ๆ เริ่มรู้สึกว่าผิวของตัวเองแห้งแตก ตกสะเก็ดและเริ่มมีอาการคันยิบ ๆ ขึ้นมาแล้วละก็ อย่านิ่งนอนใจนะคะ ควรดื่มน้ำในแต่ละวันให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อให้น้ำเข้าไปฟื้นบำรุงให้ผิวแห้งกร้านจากการสูญเสียความชุ่มชื่น ช่วยให้ผิวกลับมาอิ่มน้ำได้เหมือนเดิม นอกจากนี้สาว ๆ ยังสามารถดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ เช่น น้ำอุ่นผสมน้ำมะนาว โกโก้หรือชาร้อนบ่อย ๆ ในช่วงหน้าหนาว ก็จะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยบำรุงทำให้ผิวรู้สึกสดชื่นจากภายในได้ค่ะ 2. รับประทานผัก-ผลไม้ที่มีปริมาณน้ำสูง สาว ๆ ทราบไหมคะว่าการกินผักและผลไม้ที่มีปริมาณน้ำมาก ๆ เช่น แตงกวา มะเขือเทศ แครอท แอปเปิล ส้ม กีวี แตงโม และแคนตาลูป ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวแห้งกร้านได้เป็นอย่างดีค่ะ เพราะในผัก-ผลไม้ฉ่ำน้ำเหล่านี้มีสารอาหารสำคัญและวิตามินต่าง ๆ เช่น วิตามิน C และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยบำรุงให้ผิวพรรณของสาว ๆ เปล่งปลั่งดูมีสุขภาพดีขึ้นนั่นเองค่ะ ผิวแห้งหน้าหนาว 3. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นเป็นเวลานาน ๆ สาว ๆ ทราบไหมคะว่าการอาบน้ำอุ่นเป็นเวลานาน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้พอ

กำจัดสิวให้หายเกลี้ยง

1. ดูแลสุขอนามัยให้สะอาด สาเหตุของสิวที่ก้น เกิดจากเหงื่อไคลและสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ในร่มผ้า โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ชอบออกกำลังกาย อย่าปล่อยให้เหงื่อหมักหมมอยู่นาน ๆ แต่ควรหมั่นชำระล้างผิวบริเวณก้นให้สะอาดอยู่เสมอ อาจใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของเบนโซอิล เปอร์ออกไซด์อย่างน้อย 2% ร่วมด้วย เพื่อช่วยทำความสะอาดน้ำมันส่วนเกินและช่วยกำจัดสิวที่ก้นได้ดียิ่งขึ้นค่ะ 2. สครับขัดผิวเป็นประจำ อาบน้ำทำความสะอาดอย่างเดียวคงยังไม่พอ แต่ควรสครับขัดผิวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ขัดเบา ๆ ขณะอาบน้ำด้วยใยบวบจากธรรมชาติ หรือใช้สูตรสครับจากกากกาแฟ หรือเกลือขัดผิว เพื่อเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ไม่เรียบเนียนออกไป สิวที่ก้น 3. ทายาสิว การทายาฆ่าเชื้อสิว หรือยาทาสิวที่ใช้ทาหน้าอยู่เป็นประจำ ก็สามารถนำมาแต้มสิวบริเวณก้นได้เช่นกัน โดยอาจเลือกยาทาสิวที่มีส่วนผสมของเบนโซอิล เปอร์ออกไซด์ กรดซาลิซิลิก หรือกรดอัลฟ่าไฮดรอกซีมาใช้ ก็ช่วยให้สิวที่ก้นยุบตัวลงได้เร็วขึ้นค่ะ 4. รักษาด้วยสูตรธรรมชาติ หลังจากอาบน้ำและทำความสะอาดผิวจนแห้งแล้ว ลองนำน้ำมะนาว หรือน้ำแอปเปิลไซเดอร์ มาทาบริเวณสิวที่ก้น ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น หรือแต้มด้วยทีทรีออยล์หรือน้ำมันมะพร้าวทิ้งไว้ ก็ช่วยลดสิวที่ก้นได้ เพราะน้ำมันดังกล่าวเป็นน้ำมันที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้อย่างดีเยี่ยมนั่นเอง สิวที่ก้น 5. สวมเสื้อผ้าสะอาดและระบายอากาศ นอกเหนือจากความสะอาดของร่างกายแล้ว

Skip to toolbar